• Mariwana Coffee Plus

    ตู้กาแฟกัญชาหยอดเหรียญ

  • สัมผัสและดื่มด่ำแบบฟิน ๆ

    กับกาแฟแก้วโปรด

Superfoods

Mariwana Coffee Plus ตู้กาแฟกัญชาหยอดเหรียญ

เราคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพชั้นเลิศ จากกาแฟสายพันธ์อราบิก้าแท้ เพาะปลูกในระบบออแกร์นิคส์ ปลอดสารเคมี 100% ผ่านกรรมวิธีการผลิตและสกัด ด้วยกระบวนการ Bioactivecrystalization ได้กาแฟในระดับของ Superfoods ให้รสชาติของกาแฟที่หอมนุ่ม ละมุน และคุณค่า ของสารต้านอนุมูลอิสระที่เหนือกว่ากาแฟทั่วไปถึงกว่า 10 เท่า ทุกเมนูผสมใบกัญชาสายพันธุ์หางกระรอกแท้ ให้กลิ่นหอมอบอวล เพาะปลูกจาก สถาบันราชภัฏสกลนคร ผู้ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาสายพันธุ์ไทยแท้ถูกต้องตามกฎหมาย

Mariwana Coffee Plus ทุกแก้วชงด้วยน้ำอัลคาไลน์โมเลกุลเล็กรูป 6 เหลี่ยม ผ่าน Hexagonic Technology ให้ค่าpH 7.4 ซึ่งเป็นค่า pH เท่ากับเลือดในร่างกายของเรา จึงช่วยสร้างสมดุลร่างกาย ช่วยให้เลือดเป็นด่าง เสริมสร้างการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่ทุกเซลล์ในร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารสำคัญจากใบกัญชา เช่น คลอโรฟิลล์, CBD, THC, CBN, CBG, CBV และสารสำคัญอื่นๆเช่นโพลีฟีนอลส์ เทอร์ปีนส์ สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย

ภาพจากกล้องจุลทรรศน์ 500 เท่า แสดงผลึกของน้ำที่ผ่านกระบวนการ Hexagonic technology ได้น้ำโมเลกุลเล็กรูปหกเหลี่ยมกระจายตัว

น้ำโมเลกุลเล็กรูป 6 เหลี่ยมจะซึมเข้าสู่เซลล์ร่างกายได้ดีกว่า

Our Shop

Mariwana Coffee Plus ตู้กาแฟกัญชาหยอดเหรียญ
แก้วละ 20 บาท ทุกเมนู

มี 6 เมนูให้เลือกสรร

Cannabis

กัญชา

“กัญชา” มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Cannabis sativa เป็นพืชล้มลุก มีใบเป็นแฉก 5-8 แฉก ลำต้นสูง 3-5 เมตร กัญชามีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหรือ สาร THC (Tetrahydrocannabinol) มีฤทธิ์ทำให้ติดและเมา และ CBD (Cannabidiol) สารต้านฤทธิ์เมา ไม่มีผลต่อจิตประสาท ช่วยลดผลข้างเคียงจากจิตและประสาทจาก THC มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ ลดการชักเกร็ง ช่วยให้สงบ ผ่อนคลาย และมีคุณสมบัติยังยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกหลายชนิดในหลอดทดลอง

สำหรับประโยชน์ของกัญชานั้น มีงานวิจัยหลายแห่งรายงานผลว่า สารสกัดจากกัญชามีสรรพคุณรักษาอาการของโรคต่างๆ ดังนี้

  • รักษาภาวะเบื่ออาหาร กัญชาใช้เป็นสารกระตุ้นความอยากอาหาร จะช่วยชะลอน้ำหนักลดในผู้ป่วยมะเร็ง
  • การป้องกันการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด
  • รักษาโรคลมชักที่รักษายากและโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษาภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
  • รักษาภาวะปวดประสาทส่วนกลาง ที่ใช้วิธีการรักษาอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล
  • บรรเทาหอบหืด ยาแก้หอบหืดทุกตัวมีข้อเสียคือมีข้อจำกัด ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง เนื่องจากกัญชาขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหล
  • การใช้กัญชาในการรักษาต้อหิน คือ การรักษาตาต้อหิน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับสองที่ทำให้ คนตาบอดในสหรัฐ คนอเมริกาเกือบล้านที่ป่วยด้วยต้อหินที่รักษาได้ด้วยกัญชา กัญชาทำให้ความดัน ภายในลูกนัยน์ตาลดลงได้ดีหลายชั่วโมงในคนปกติ
  • ลดอาการปวด สารในกลุ่มแคนนาบินอยด์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะ THC สามารถช่วยลดอาการปวดเรื้อรัง และช่วยให้สามารถนอนหลับได้เพิ่มขึ้น และช่วยลดอาการปวดข้อ แต่สำหรับอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยมะเร็งนั้นยังไม่มีข้อสรุปทางคลินิกที่ชัดเจน
  • รักษาโรคพาร์กินสัน แต่ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม
  • รักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม
  • รักษาโรคปลอกประสาทอักเสบอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง) แต่ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม
  • ข้อมูลในตำราพระโอสถพระนารายณ์ และตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พบตำรับยาไทยที่เข้ากัญชาอยู่หลายตำรับ เช่น

    - ตำรับศุขไสยาศน์ สรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย แก้ปวด เจริญอาหาร นำมาใช้ทดแทน/เสริมกับยาแผนปัจจุบันในกลุ่มยานอนหลับ ยาคลายเครียด

    - ตำรับทำลายพระสุเมรุ มีฤทธิ์ช่วยแก้อาการแข็งเกร็งจากอัมพฤกษ์ อัมพาต

    - ตำรับน้ำมันสนั่นไตรภพ ช่วยเรื่องท้องมาน ท้องบวม คลายลมในท้อง ท้องอืดจากโรคมะเร็งตับ ใช้ทาบริเวณท้อง

    - ตำรับทัพยาธิคุณ ช่วยเรื่องโรคเบาหวาน ลดน้ำตาล

  • รักษาโรคริดสีดวงทวาร เมื่อทายาริดสีดวงและโรคผิวหนังเป็นประจำ พบว่าอาการอักเสบและอาการปวดลดลง หัวริดสีดวงที่โผล่ออกมานอกหรืออยู่รอบๆรูทวารฝ่อลง
  • รักษามะเร็ง สารสกัดจากกัญชาอาจยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งปอดและยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกมะเร็งบางอย่างในหนูทดลองได้ หลังจากนั้น เมื่อมีการวิจัยเพิ่มขึ้น พบว่าสารสกัดจากกัญชาสามารถต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ได้จริง โดยการยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นเลือดของก้อนมะเร็ง (Angiogenesis) และลดการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งไปยังส่วนอื่นๆ (Metastasis) ในโรคมะเร็งหลายชนิด ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างโปรแกรมการตายของเซลล์มะเร็ง (Program cell death) ผ่านกระบวนการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
    แต่อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของการรักษาโรคมะเร็งด้วยสารสกัดกัญชา จึงต้องมีการศึกษาวิจัยในรายละเอียดแต่ละประเด็นต่อไป
  • คลายความวิตกกังวล จากประวัติการใช้กัญชาเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายในอดีตทำให้มีความเป็นไปได้ที่สารกลุ่มแคนนาบินอลน่าจะมีฤทธิ์คลายความวิตกกังวล แต่อย่างไรก็ตามพบว่ากลไกการออกฤทธิ์นั้นซับซ้อนและยังไม่มีการอธิบายที่ชัดเจน จากรายงานทางคลินิกพบว่าการใช้สาร Fatty acid amide hydrolase inhibitors (FAAH inhibitors) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Endocannabinoids มีความสามารถในการลดอาการวิตกกังวลได้ ปัจจุบันสารหลายชนิดในกลุ่มนี้อยู่ในระหว่างการทดสอบทางคลินิก (ที่มา : https://news.trueid.net/detail/G0Xl6Yl6zQO0 )

สารสำคัญในกัญชา

สารสำคัญในกัญชาคือ สารไฟโตแคนนาบินอยด์ ซึ่งมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับสารแคนนาบินอยด์ที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อใช้งานในระบบการทำงานของร่างกายเรียกว่า ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ Endocannabinoid System (ESC) ซึ่งระบบนี้มีความสำคัญในการรักษาความสมดุลของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ โดยการควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ทั้งระบบประสาท กระบวนการทางกายภาพ การตอบสนองต่อความเจ็บปวด ความอยากอาหาร การย่อยอาหาร อารมณ์ การอักเสบต่างๆ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาทสัมผัส การทำงานของหัวใจและอื่นๆ ระบบต่างๆจะถูกควบคุมด้วยระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ Endocannabinoid System (ESC) หากร่างกายมนุษย์ไม่สามารสร้างสารแคนาบินอยด์ (Cannabinoids)ได้ หรือสร้างได้น้อย ร่างกายจะเกิดอาการผิดปกติ อาจเกิดโรคต่างๆขึ้นได้ การใช้สารแคนาบินอยด์ (Cannabinoids)ที่ได้จากกัญชาไปทดแทนจึงช่วยรักษาและป้องกันโรคที่เกิดจากการบกพร่องของสารแคนาบินอยด์

โครงสร้างของสาร CBD

ในใบกัญชามีสาร แคนนาบิไดออล(CBD) แต่มีสาร THC ต่ำมาก ซึ่งสาร CBD นี้จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเช่นกันแต่ไม่มีผลต่อจิตประสาท ไม่ทำให้เกิดอาการติด และยังช่วยลดอาการทางจิตประสาทที่เกิดจากสาร THC ป้องกันการสูญเสียของความจําระยะสั้นจาก THC ป้องกันอาการจิตเสื่อม โรคประสาท ลดความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรคทางจิตที่มาจากการใช้ THC ลดอาการวิตกกังวล ลดอาการคลื่นใส้อาเจียน ป้องกันโรคนอนไม่หลับ (Anti-Insomnia) ลดอาการชักจากโรคปลอกประสาทเสื่อม (Multiple Sclerosis) และโรคลมชักต่างๆ (Epilepsy)

สารเทอร์ปีน (Terpenes)

สารเทอปีนส์ เป็นสารประกอบอะโรมาติก (Aromatic) เป็นสารที่ทำให้มีกลิ่นเฉพาะตัว ทำให้เราสามรถแยกสายพันธฺ์กัญชาได้จากกลิ่น ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ทำให้กัญชามีเสน่ห์แตกต่างกันกันไป กัญชาสายะนธ์หางกระรอกจะมีกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่นคล้ายกลิ่นของมะม่วงสุก

นอกจากนั้นในใบกัญชายังมีสารสำคัญอีกหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เสริมสร้างของสมดุลป้องกันโรคต้านมะเร็ง ต้านความชราและความเสื่อมของร่างกาย บำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ต้านการเกิดริ้วรอยและการทำลายคอลลาเจน แถมยังช่วยทำให้ รสชาติ ของกาแฟ เข้มข้นและหอมอบอวลขึ้น พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้ลิ้มลองเป็นกาแฟแก้วโปรดที่รสชาติติดใจ

สาร CBD ในกัญชามีผลต้านมะเร็ง

CBD เป็น cannabinoid ที่ได้จากพืชซึ่งได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางถึงผลต้านมะเร็งที่อาจเกิดขึ้น เช่นในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากของมนุษย์ Sharma et al.พบว่า CBD เป็นตัวยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ในขณะที่ความสามารถนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเซลล์ที่ไม่ใช่มะเร็ง

นอกไปกว่านั้น CBD ในร่างกายที่ลดลง ได้ส่งผลต่อปัจจัยการเจริญเติบโตของเยื่อบุผนังหลอดเลือด (VEGF) และแอนติเจนเฉพาะต่อมลูกหมาก (PSA) ในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากเช่นเดียวกับ interleukin pro-inflammatory (IL) -6 และ IL-8 ใน LPS-stimulated ไฟโบรบลาสต์ผิวหนังซึ่งบ่งบอกถึงคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ การศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่า CBD ทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ดี โดยการกระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์และ autophagy และยับยั้งการแพร่กระจายและการบุกรุกของเซลล์ในเซลล์ glioma ของมนุษย์

การศึกษาหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า cannabinoids สามารถยับยั้งการตอบสนองต่อการอักเสบได้โดยการลดการผลิตไซโตไคน์และคีโมไคน์และควบคุมเซลล์ T-regulatory ผลลัพธ์ที่คล้ายกันนี้ได้รับจาก endocannabinoids นั่นคือการใช้สารประกอบเหล่านี้หรือการใช้สารยับยั้งเอนไซม์ที่สลายเอนโดแคนนาบินอยด์มีผลในการกดภูมิคุ้มกันและส่งผลให้เกิดการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บที่ระบบภูมิคุ้มกันของอวัยวะต่างๆเช่นในตับ

cannabinoids ในระดับที่ต่ำเกินไปนั้น สามารถกระตุ้นการเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองหรือแบบจำลองในร่างกายของมะเร็งหลายชนิด ตัวอย่างเช่นการรักษาด้วย THC ในมะเร็งเต้านมในหนู 4T1 ซึ่งแสดงระดับ CB 1และ CB 2ในระดับต่ำนำไปสู่การเติบโตของเนื้องอกและการแพร่กระจายที่เพิ่มขึ้น


CBD ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งแบบประคับประคอง ลดอาการปวด ตื่นตัว กระวนกระวาย และลดความเครียด

ผลข้างเคียงของการใช้ใบกัญชา

การใช้กัญชาโดยทั่วไปนั้น จะมีผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือใจสั่น ความดันเลือดตก เวียนศีรษะ ตาแดง กล้ามเนื้อล้า อารมณ์เปลี่ยนแปลง รวมทั้งในทางกลับกันผู้รับกัญชาบางรายกลับมีอาการซึมเศร้า หวาดระแวง หรือประสาทหลอนมากขึ้นกว่าเดิม แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะเกิดจากการได้รับกัญชาที่มีส่วนผสมของดอกกัญชา ที่มีปริมาณของสาร THC สูง แต่พบน้อยมากในใบกัญชา ดังนั้นตามปกติแล้วการใช้ใบกัญชาจึงถือว่ามีความปลอดภัยและพบผลข้างเคียงน้อยหรือไม่มีเลย

ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ดี เราควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาจากแหล่งผู้ผลิตที่มีความมาตรฐานและปลอดภัย เพราะผลิตภัณฑ์กัญชาที่ด้อยคุณภาพอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อรา จุลินทรีย์ก่อโรค สารเคมี รวมทั้งสารปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนั้นต้องเป็นผู้ผลิตที่มีมีแหล่งของการซื้อกัญชาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฏหมาย

ข้อควรระวังของการใช้

สาร Cannabidiol เป็นตัวยับยั้งการทำงาน เอ็นไซม์ cytochrome P450 ดังนั้นถ้าผู้ใช้กัญชาสกัดกินยาแผนปัจจุบันที่มีการแปลงสภาพ (metabolite) ยาด้วย cytochrome P450 ที่ตับ จะส่งผลให้การแปลงสภาพยาลดลง ซึ่งมีผลทั้งในแง่ยานั้นๆอาจมีฤทธิ์มากขึ้นจนเกินขนาดหรือลดฤทธิ์ลงได้

Mariwana Coffee Plus สกัดจากเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติคส์สายพันธ์เฉพาะในระบบของ Soidao Process และสกัดด้วยกระบวนการ Bioactivecrystallization ทำให้ได้ผงกาแฟในระดับของ Superfoods ที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มีรสชาดที่หอม กลมกล่อม อบอวล นุ่มนวลเป็นพิเศษ

หลังจากเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟคุณภาพ สายพันธ์อาราบิก้า (Arabica) จากไร่กาแฟออร์แกนิค ที่ปราศจากการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง และปุ๋ยเคมี (การปลูกกาแฟโดยใช้ปุ๋ยเคมีจะทำให้เกิดรสเปรี้ยวในเมล็ดกาแฟ) ซึ่งการค้นคว้าวิจัยของเราได้พบว่า การใช้น้ำหมักจากเนื้อผลกาแฟ (Cascara) สดนั้น ทำให้ต้นกาแฟมีความสมบูรณ์ ให้ผลผลิตดี รวมทั้งให้รสชาติของกาแฟที่ดีมาก

เมื่อเก็บเมล็ดกาแฟได้แล้ว จะนำมาทำการคัดแยก เลือกเฉพาะเมล็ดกาแฟสุกจัดเต็มที่ มีสีแดงสด (เชอรี่) ทำความสะอาด และเข้าสู่กระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติคส์กลุ่ม Lactobacillus และ Saccharomyces ที่คัดแยกจากกล้วยน้ำว้าไทย ทำการหมักในห้องปฏิบัติการที่ควบคุมสภาวะ อุณหภูมิ ออกซิเจน และความดันอากาศ ในระบบกึ่งเปียกกึ่งแห้ง (Partially Wet Process) ที่เรียกว่า Soidao Process

ผสมกับสารอาหารธรรมชาติที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงเชื้อและกระตุ้นการสร้างเอนไซม์จากจุลินทรีย เช่น น้ำผึ้ง, นมสด, ผลไม้ และพืชสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ได้กลิ่น รสของกาแฟที่หอม อวล เหนือกว่ากาแฟทั่วไป

เมื่อกระบวนการหมักเสร็จสิ้น เมล็ดกาแฟ จะถูกนำมาตากแห้งในเรือนอบแห้งด้วยแสงแดด แบบพาราโบล่า เพื่อให้เมล็ดโกกาแฟแห้งอย่างรวดเร็ว

เมื่อทำการอบแห้งดีแล้ว เนื่องจากภายในเมล็ดกาแฟที่ผ่านกระบวนการหมักบ่ม จะยังคงมีปฏิกิริยาของเอนไซม์หลงเหลือ ก็จะนำมาอบบ่มด้วยกระบวนการพิเศษเฉพาะกว่า 8 เดือน เพื่อกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ ที่ค่อย ๆ กระจายโครงสร้างของกรดไขมัน คาร์โบไฮเดรท โปรตีน และสารระเหยง่าย (Volatile Substances) ในเมล็ดกาแฟ ทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีกลิ่นหอมหวลเป็นพิเศษ รสชาดขมน้อย นุ่มละมุน หวานในคอ ที่คล้ายปนด้วยกลิ่นของดินหญ้าและดอกไม้ ของกาแฟคุณภาพชั้นเลิศ ที่คุณอาจไม่เคยได้สัมผัสจากกาแฟทั่วไป (หลายคนมักนำไปเทียบว่าคล้ายกับกาแฟชะมด ซึ่งมีราคาสูง) ในขณะที่คุณค่าของกาแฟและสารสำคัญต่าง ๆ ในกาแฟจะสูงขึ้นและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น เนื่องจากสารสำคัญและสารอาหารต่าง ๆ จะถูกทำให้เพิ่มปริมาณสูงขึ้น (Boosts) มีสายโมเลกุลสั้นลง ร่างกายดูดซึมได้ง่าย

เราได้พบว่าด้วยกระบวนการ Soidao Process จะทำให้เมล็ดกาแฟที่ผ่านกระบวนการนี้มีค่าต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้นถึงกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับเมล็ดกาแฟทั่วไป

Mariwana Coffee Plus

การวัดค่าความสามารถในการติานอนุมูลอิสระ ของอาหารชนิดต่างๆ นั้น เรามักใช้วิธีการวัดที่เรียกว่า ORAC Score หรือ ค่า โอแรค ซึ่งย่อมาจาก Oxygen Radical Absorbance Capacity เป็นคะแนนที่ได้จากการทดลองหาค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของอาหารจาก ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์

เราได้พบว่าด้วยกระบวนการ Soidao Process จะทำให้เมล็ดกาแฟที่ผ่านกระบวนการนี้มีค่าต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้นถึงกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับเมล็ดกาแฟทั่วไป คือมีค่า ORAC 193,999 umolesTE เมื่อเทียบกับกาแฟอาราบิก้าคั่วบดทั่วไป ที่มีค่า ORAC 15,000-17,000 umolesTE

อันตรายจากอนุมูลอิสระ

หากสารอนุมูลอิสระนี้มีความเข้มข้นสูงขึ้น จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า oxidative stress ก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายและสร้างความเสียหายต่อส่วนประกอบของเซลล์ ดีเอ็นเอ โปรตีน รวมถึงเยื่อหุ้มเซลล์ โดยอาจพัฒนาให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น มะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน เบาหวาน ต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อม และส่งผลในด้านความชราของร่างกายและผิวพรรณ รวมถึงโรคของความเสื่อมของ อวัยวะในร่างกาย

ซึ่งเมื่อเทียบการทานกาแฟ Le Soidao กับการทานผักผลไม้ ที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ๆ นั้น พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟ Le Soidao มีสูงกว่ามาก ในระดับของการเป็น Super Foods

ซึ่ง Soidao Process™ นั้นได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากกระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟแบบอบแห้งทั่วไป

  • เกิดการกระจายตัวของสารระเหยง่าย Volatile substances ในเมล็ดกาแฟ ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอมฟุ้งอบอวลมากขึ้น คล้ายกลิ่นของดงดอกไม้และป่าฝน
  • เกิดการกระจายตัวของโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามิน แร่ธาตุชนิดต่าง ๆ ในกาแฟ ทำให้ได้รสชาติที่ขมน้อย นุ่ม ละมุน หวานในคอ และที่สำคัญคือเกิดการปลดปล่อยสารโภชนาการเหล่านี้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มปริมาณของสารสำคัญชนิดต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ, วิตามินบี 12 , เซเลเนี่ยม เป็นต้น ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากกาแฟมากขึ้น
  • ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ในกาแฟได้ดีขึ้นและง่ายขึ้น
  • ทำให้เกิดการสลายตัวของ Phytic Acid (Inositol Hexaphosphate) ซึ่งเป็นสารต้านโภชนาการที่จับแร่ธาตุออกจากร่างกายถึง 6 เท่า และทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารนี้นำไปใช้ได้ในรูปของ Inositol และ Phosphorus
  • ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่ากาแฟทั่วไปกว่า 10 เท่า
Ingredients

Mariwana Coffee Plus ส่วนประกอบเพื่อสุขภาพ

  • กาแฟอาราบิก้าสายพันธ์แท้ จากดอยป่าแป๋ เกรด Super Foods ต้านอนุมูลอิสระสูง
  • ครีมเทียมถั่วเหลือง ปราศจากไขมันทรานส์
  • น้ำตาลอ้อยไม่ฟอกสี
  • ใยอาหารจาก Inulin และ Fructo oligosaccharide (FOS)
  • สารสกัดจากใบกัญชา
  • สารสกัดโสมเกาหลี
  • สารสกัดตังกุย
  • สารสกัดเห็ดหลินจือ
  • สารสกัดโกจิเบอรี่

ชงด้วยน้ำอัลคาไลน์โมเลกุลเล็กรูปหกเหลี่ยม pH 7.4 ทุกแก้ว

Mariwana Coffee Plus หวานธรรมชาติจากน้ำตาลอ้อยไม่ฟอกสี

Mariwana Coffee Plus ใช้น้ำตาลอ้อยธรรมชาติไม่ฟอกสี ผลิตจากอ้อยคุณภาพดีที่ปราศจากการตัดแต่งพันธุ์กรรม รสชาติหวาน กลมกล่อมและมีจุดเด่นที่มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ปราศจากสารฟอกขาว ทำให้กาแฟมีรสชาดที่เข้มข้นขึ้น และดัชนีน้ำตาล GI ต่ำ

Mariwana Coffee Plus

มีส่วนผสมของพรีไบโอติคส์ คือ อินนูลิน และฟรุ้คโตโอลิโกแซคคาไรด์

อินูลิน (Inulin) เป็นแป้งที่พบในหัว หรือรากพืชบางชนิด มีคุณสมบัติละลายในน้ำอุ่นได้ดี จัดเป็นเส้นใยที่เรียกว่าฟรุกแทน (fructan) เป็นการต่อกันของหลายๆ โมเลกุลของน้ำตาลเชิงฟรุกโทส

ลักษณะเฉพาะ คือ มีรสชาติที่หวาน คล้ายน้ำตาล จึงมักนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารประเภทอาหารหวาน เช่น ไอศกรีม และจะไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารจึงไม่ให้พลังงาน และไม่เพิ่มระดับน้ำตาล เนื่องจากอินนูลินจัดเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำ ซึ่งใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยให้การย่อย ทำให้การดูดซึมแป้ง และน้ำตาลช้าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย

สารอินูลินนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์มาก เพราะช่วยให้แบคทีเรีย(จุลินทรีย์)ที่มีประโยชน์ในลำไส้เพิ่มจำนวนมากขึ้น และยับยั้งการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียสาเหตุโรคท้องร่วง จากงานวิจัยอื่นๆยังพบว่า อินูลิน เพิ่มการดูดซึมของแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก อีกทั้งยังช่วยลดอาการท้องผูกทางอ้อมโดยทำให้อุจจาระนุ่มขึ้นจึงขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ (Fructo-Oligosaccharides หรือ FOS)

Fructo Oligosaccharide : FOS

ฟรุคโต โอลิโกแซคคาไรด์ (Fructo Oligosaccharide : FOS) เป็นชนิดของน้ำตาลที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีรายงานทางการแพทย์สนับสนุนมากกว่า 200 ฉบับ และได้รับการยอมรับโดยองค์การอาหารและยาของประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปมากกว่า 20 ปี

Fructo-oligosacharide จัดเป็น Prebiotic ชนิดหนึ่ง เนื่องจากไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของ แบคทีเรียในลำไส้ที่มีประโยชน์ เช่น Bifidobacteria และ Lactobacilli ทำให้เกิดการผลิตกรดแลคติก ซึ่งทำให้ลำไส้ใหญ่มีความเป็นกรดมากขึ้น จึงมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคซึ่งได้แก่ Clostridium (เช่น C. perfringens, C. difficile), Bacteroides, Coliforms (เช่น E. coli) และ FOS ก็ยังมีคุณสมบัติเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้จึงทำให้มีคุณสมบัติช่วยย่อยและร่างกายไม่ดูดซึมไปใช้งาน ก็เลยทำให้มันเป็นอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ดีในลำไส้ให้เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น จะทำให้จุลินทรีย์ดีในลำไส้อยู่ในระดับที่สมดุลมากขึ้น

ประโยชน์ของ ฟรุคโต โอลิโกแซคคาไรด์ FOS
  • ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเยื่อบุลำไส้ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค
  • ปรับการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
  • เพิ่มความเป็นกรดในลำไส้ ลดปริมาณแอมโมเนียและยูเรียในเลือด
  • เป็นแหล่งพลังงานให้กับร่างกาย
  • เพิ่มการดูดซึมกลับของน้ำและโซเดียม มีประโยชน์ในผู้ที่เกิดอาการท้องเสีย
  • Propionate ที่ได้จากการย่อยโดยแบคทีเรีย มีผลดีต่อเมทาบอลิซึมของกลูโคสและไขมัน ช่วยรักษาระดับกลูโคสและไขมันในเลือดให้เป็นปกติ

โดยฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ที่มีคุณภาพดีที่สุด และนิยมใช้กันทั่วโลก คือชนิดที่สกัดมาจากหัวชิคอรี่ (Chicory Root)

Mariwana Coffee Plus

ฟิน กับกาแฟแก้วดี ๆ

MARIWANA COFFEE PLUS

SPM Coffee กาแฟทั่วไป
ปราศจากน้ำตาล มีน้ำตาล
ไม่มีไขมันทรานส์ มีไขมันทรานส์
0% คอลเลสเอรอล มีคอลเลสเอรอล
มีสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีมีสารสกัดจากธรรมชาติ
30 Cal. ต่อแก้ว 80 Cal. ต่อแก้ว

Mariwana Coffee Plus กาแฟที่มีค่า GI ต่ำเพียง 45

Glycemic index (GI) หรือ ดัชนีน้ำตาล คือ ค่าที่มีเฉพาะในสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น โดยเป็นค่าที่ใช้บ่งบอกถึงความสามารถของอาหารที่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตต่างๆนั้น ว่ามีผลต่อการขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดได้รวดเร็วเพียงใดภายใน 2-3 ชั่วโมง หลังการบริโภคอาหารชนิดนั้น

ค่าดัชนีน้ำตาลในอาหาร จึงสำคัญกับผู้ป่วยเบาหวานมาก เพราะผู้ป่วยเบาหวานจะมีความผิดปกติของฮอร์โมนที่ชื่อว่า Insulin (อินซูลิน) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ดังนั้นหากผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำได้ ก็จะสามารถควบคุมโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

สามารถแบ่งระดับ GI ได้ทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่

1. Low Glycemic หรือ ดัชนีน้ำตาลต่ำ คือ ค่า ≤ 55

2. Medium Glycemic หรือ ดัชนีน้ำตาลปานกลาง คือ ค่าระหว่าง 56-69

3. High Glycemic หรือ ดัชนีน้ำตาลสูง คือ ค่า ≥ 70

ปัจจัยที่มีผลต่อระดับดัชนีน้ำตาล ได้แก่

1. ระดับการผ่านการขัดสี การแปรรูป การปรุงประกอบ ของอาหาร เพราะ อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปต่างๆ จะส่งผลให้อาหารชนิดนั้นมีค่าดัชนีน้ำตาลที่สูงขึ้น ยิ่งผ่านกระบวนการต่างๆมาก ค่ายิ่งสูงขึ้น เช่น ข้าวกล้อง (ไม่ผ่านการขัดสี) จะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่า ข้าวขาว (ผ่านการขัดสี) เป็นต้น

2. ใยอาหาร เพราะ ใยอาหาร (โดยเฉพาะใยอาหารชนิดละลายน้ำ) ช่วยในการชะลอความเร็วในการย่อยพวกแป้ง และการดูดซึมพวกน้ำตาลกลูโคส ดังนั้นอาหารที่มีใยอาหารสูง จะมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำกว่าอาหารที่มีใยอาหารน้อย

3. ชนิดของแป้ง เพราะ แป้งชนิด Amylose (โครงสร้างเป็นแบบเส้นตรง) จะย่อยช้ากว่าแป้งชนิด Amylopectin (โครงสร้างเป็นแบบกิ่งก้าน) ดังนั้นอาหารที่มีส่วนประกอบของแป้งชนิด Amylose มากกว่า ชนิด Amylopectin จะมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำกว่า

4. ระดับความสุก เพราะ ผลไม้ยิ่งสุกมาก ค่าดัชนีน้ำตาลยิ่งสูง

5. ชนิดของน้ำตาลในอาหาร โดยแบ่งได้ดังนี้ น้ำตาลกลูโคส ค่า GI = 100, น้ำตาลฟรุกโตส ค่า GI = 23, น้ำตาลซูโครส(น้ำตาลทราย) ค่า GI = 65 และน้ำผึ้ง ค่า GI = 58

6. การผสมผสานสารอาหารอื่นในมื้ออาหาร คือ สารอาหารโปรตีนและไขมันในมื้ออาหาร สามารถช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาลจากสารอาหารคาร์โบไฮเดรตได้

7. ระดับความเป็นกรด คือ ความเป็นกรดจะช่วยชะลอการย่อยของแป้งให้ช้าลง ดังนั้นอาหารหรือผลไม้ที่มีความเป็นกรด จะส่งผลให้ค่าดัชนีน้ำตาลลดลงได้

8. สารอาหารบางชนิดยับยั้งการย่อยคาร์โบไฮเดรต เช่น สารจากถั่วเหลือง, ถั่วขาว และมันเทศ เป็นต้น

การรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง สามารถทำให้อ้วนได้ง่ายและทำให้มีโอกาสเป็นเบาหวานสูง เนื่องจาก ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดขึ้นเร็วเกินไป → ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ → น้ำตาลในกระแสเลือดล้น → น้ำตาลในกระแสเลือดเปลี่ยนไปสะสมเป็นไขมัน → อ้วนและเสี่ยงเป็นโรคNCDs อีกมากมาย

Mariwana Coffee Plus ใช้ ครีมเทียมจากถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองเป็นธัญญพืชที่ให้คุณค่าสูงต่อร่างกาย การเลือกใช้ครีมเทียมที่สกัดจากถั่วเหลืองนั้นเป็นเพราะว่าถั่วเหลืองนั้น

  • 1. อุดมไปด้วยโปรตีน
    โดยเฉพาะในนมถั่วเหลืองนั้นมีโปรตีนโกลบูลิน (Globulin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย ครบทั้ง 10 ชนิด มีเยอะกว่าในเนื้อสัตว์อีกด้วย และมีการพบว่าถั่วเหลืองปรุงสุกเพียง 1 ถ้วยตวง มีปริมาณโปรตีนมากถึง 22 กรัม
  • 2. ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ในถั่วเหลืองมีสาร เดดซีน (Daidzein) และจีนิสทีน (Genistein) ที่ช่วยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เพราะฉะนั้น คุณผู้ชายก็ไม่ควรพลาดการกินถั่วเหลือง แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ
  • 3. ป้องกันโรคกระดูกพรุน
    มีการศึกษาจำนวนมากที่บ่งชี้ว่า ถั่วเหลือง สามารถเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้ มีแคลเซียม และวิตามินอื่น ๆ อีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งก็จะช่วยในการผลิต รวมทั้งซ่อมแซมกระดูกส่วนที่สึกหรอ
  • 4. กระตุ้นการขับถ่าย
    ในถั่วเหลืองมีไฟเบอร์ที่จะกระตุ้นระบบการขับถ่ายในร่างกายของเราให้ทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น หากกินถั่วเหลืองต้มสุกที่ยังคงอยู่ในลักษณะเต็มเม็ด ซึ่งจะได้รับไฟเบอร์จากเมล็ดถั่วเหลืองค่อนข้างจะสมบูรณ์

  • 5. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
    สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาเผยว่า ถั่วเหลืองมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในอัตราส่วนที่สูง ซึ่งกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันการสะสมของไขมันในหลอดเลือดชั้นใน ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
  • 6. ป้องกันอาการเจ็บป่วย
    ด้วยแร่ธาตุและวิตามินในถั่วเหลืองโดยเฉพาะวิตามินซี จะช่วยบำรุงสุขภาพโดยรวมให้กับร่างกายเราได้ โดยป้องกันอาการเจ็บป่วย กระตุ้นความสดชื่นแจ่มใส ยิ่งกับคนที่กินถั่วเหลืองเป็นประจำ ไม่ว่าจะในรูปที่นำมาทำเป็นน้ำเต้าหู้ เต้าหู้ นมถั่วเหลือง

Franchise

เฟรนไชส์ ตู้กาแฟกัญชาหยอดเหรียญ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ กระแสธุรกิจที่มาแรงที่สุดในทศวรรษ กับกาแฟระดับ Superfoods และสารสกัดจากใบกัญชาสายพันธ์หางกระรอกที่โด่งดังทั่วโลก

โอกาสสร้างรายได้ของธุรกิจยุคใหม่ 2021

เสริฟกาแฟแก้วที่หอมกรุ่น สำหรับสุขภาพที่ดีในทุกวัน

  • ลงทุนน้อย เพียง 59,900 บาท (ราคาโปรโมชั่นพิเศษ จากราคาปกติ 89,000 บาท)

  • ราคาขายแก้วละ 20 บาท ต้นทุน 12 บาท กำไร 8 บาท คืนทุนได้ภายใน 3 เดือน (แล้วแต่ทำเล)

  • กาแฟสกัดคุณภาพสูงระดับ Superfoods รสชาดหอม นุ่มละมุน ด้วยกาแฟสายพันธ์อราบิก้าจากดอยป่าแป๋ ผ่านกระบวนการสกัดด้วย Bioactivecrystallization ให้คุณค่าของสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า กาแฟทั่วไปถึงกว่า 10 เท่า (Orac 193,999 umolTE)

  • ค่าน้ำ ค่าไฟเพียงวันละ 8 บาท

  • ค่าเช่าเฉลี่ยตู้ละ 1000-3000 บาทต่อเดือน (ขึ้นกับทำเล)

  • มีประกันภัยกรณีตู้สูญหาย เสียหาย ถูกทำลาย เปลี่ยนตู้ใหม่ทันที วงเงิน 35,000 บาท

ขั้นตอนการขอซื้อเฟรนไชส์

ติดต่อสอบถาม หรือขอจองสิทธิ์พื้นที่
วางเงินจองเฟรนไชส์ 5,000 บาท พร้อมเซ็นต์สัญญาซื้อสิทธิ์
รอรับตู้ภายใน 30 วัน ชำระเงินส่วนที่เหลือ เมื่อตู้พร้อมจัดส่ง
การขนส่งตู้หยอดเหรียญ MARIWANA COFFEE PLUS

รับเองที่สำนักงานใหญ่ประชาชื่น ไม่มีค่าใช้จ่าย

รถบริษัทฯไปส่ง ในกทม.และปริมณฑล คิดค่าใช้จ่าย 800 บาท พร้อมติดตั้งและสอนวิธีใช้งาน

ต่างจังหวัดขนส่งผ่าน J&T ค่าขนส่ง 1,500 บาท มีวีดีโอสอนการประกอบและติดตั้งใช้งานให้

ตัวอย่าง กรณีศึกษา

ตั้งตู้หน้าโรงพยาบาล ขายได้วันละ 100 แก้ว (เฉลี่ยชั่วโมงละ 4 แก้ว 24 ชั่วโมง) กำไรแก้วละ 8 บาท ได้วันละ 800 บาท

หนึ่งเดือนได้กำไร 32,000 บาท

ใช้เวลา 75 วัน คืนทุน !!

( เป็นกรณีศึกษาตัวอย่างเท่านั้นขึ้นอยู่กับทำเลของแต่ละที่ตั้ง)

ลงทุนกับ Mariwana Coffee Plus

# สร้างรายได้ไม่จำกัด ตลอด 24 ชั่วโมง

# ใช้พื้นที่น้อย ค่าเช่าถูก

# ไม่ต้องจ้างพนักงานขาย

# ไม่ต้องมีความรู้เรื่องกาแฟ

# กาแฟหอม อร่อย รสชาดดี มีคุณค่าสารต้านอนุมูลอิสระสูง